ผู้เขียน หัวข้อ: มงคลในพุทธศาสนา  (อ่าน 18336 ครั้ง)

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
มงคลในพุทธศาสนา
« เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:32:29 AM »
มงคลสูตร ๓๘ ประการ

มงคล คือ เหตุแห่งความสุข ความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ให้ พุทธศาสนิกชนได้พึงปฏิบัติ นำมาจากบทมงคลสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบปัญหาเทวดาที่ถามว่า คุณธรรมอันใดที่ทำให้ชีวิตประสบความเจริญหรือมี "มงคลชีวิต"
เรียกว่า มงคลสูตร ๓๘ ประการ ซึ่งมีรายละเอียดที่จะอธิบายได้ดังนี้

หมู่ที่ ๑ ทำความเห็นให้ถูกต้อง

มงคลที่ ๑ การไม่คบคนพาล
มงคลที่ ๒ การคบบัณฑิต
มงคลที่ ๓ การบูชาบุคคลที่ควรบูชา

หมู่ที่ ๒ มองปัจจัยพื้นฐาน

มงคลที่ ๔ การอยู่ในถิ่นอันสมควร
มงคลที่ ๕ ความเป็นผู้ทำบุญไว้ในปางก่อน
มงคลที่ ๖ การตั้งตนไว้ชอบ

หมู่ที่ ๓ รู้งานดีมีวินัย

มงคลที่ ๗ ความเป็นผู้สดับฟังมาก
มงคลที่ ๘ ความฉลาดในศิลปะ
มงคลที่ ๙ มีวินัยที่ดี
มงคลที่ ๑๐ กล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต

หมู่ที่ ๔ ทำให้ครอบครัวอบอุ่น

มงคลที่ ๑๑ การบำรุงมารดาบิดา
มงคลที่ ๑๒ การสงเคราะห์บุตรธิดา
มงคลที่ ๑๓ การสงเคราะห์ภรรยา
มงคลที่ ๑๔ การงานอันไม่คั่งค้าง

หมู่ที่ ๕ เกื้อหนุนต่อสังคม

มงคลที่ ๑๕ การให้ทาน
มงคลที่ ๑๖ การประพฤติธรรม
มงคลที่ ๑๗ การสงเคราะห์ญาติ
มงคลที่ ๑๘ ทำงานที่ไม่มีโทษ

หมู่ที่ ๖ ปฏิบัติธรรมะขั้นพื้นฐาน

มงคลที่ ๑๙ การงดเว้นจากบาป
มงคลที่ ๒๐ ความสำรวมจากการดื่มน้ำเมา
มงคลที่ ๒๑ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย

หมู่ที่ ๗ ปฏิบัติธรรมะขั้นต้น

มงคลที่ ๒๒ การมีความเคารพ
มงคลที่ ๒๓ มีความเจียมตน
มงคลที่ ๒๔ มีความสันโดษ
มงคลที่ ๒๕ มีความกตัญญู
มงคลที่ ๒๖ การฟังธรรมตามกาล

หมู่ที่ ๘ ปฏิบัติธรรมะขั้นกลาง

มงคลที่ ๒๗ มีความอดทน
มงคลที่ ๒๘ ความเป็นผู้ว่าง่าย
มงคลที่ ๒๙ การเห็นสมณะทั้งหลาย
มงคลที่ ๓๐ การสนทนาธรรมตามกาล

หมู่ที่ ๙ ปฏิบัติธรรมะขั้นสูง (ดับกิเลส)

มงคลที่ ๓๑ การบำเบ็ญตะบะ
มงคลที่ ๓๒ การประพฤติพรหมจรรย์
มงคลที่ ๓๓ การเห็นอริยสัจ
มงคลที่ ๓๔ การกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน

หมู่ที่ ๑๐ รับผลจากการปฏิบัติธรรมะ

มงคลที่ ๓๕ มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
มงคลที่ ๓๖ มีจิตอันไม่เศร้าโศก
มงคลที่ ๓๗ มีจิตอันปราศจากกิเลส
มงคลที่ ๓๘ มีจิตอันเกษม

ตำนานพระปริตร : มงคลสูตร

ตำนานพระปริตร : มงคลสูตร
บทขัดมงคลสูตร

มวลหมู่มนุษย์และเทพยดาทั้งหลาย พากันขบคิดหามงคลใด สิ้นเวลาไป ๑๒ ปี ก็หาได้รู้ถึงมงคลที่แท้ไม่ ความโกลาหล ด้วยเรื่องมงคลเกิดไปทั่วหมื่นจักรวาล กระทั่งถึงพรหมโลก ตลอดกาลนาน ด้วยเรื่องมงคล

สมเด็จพระบรมโลกนาถเจ้า ทรงแสดงมงคลนั้น อันเป็นเหตุยังบาปทั้ง ปวงให้เสื่อมหายไปนรชนมีจำนวน แม้ตนสุดท้ายก็จะพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ เพราะฟังมงคลนั้น

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย โปรดสาธยายมงคลนั้น ซึ่งปรากฏผลให้พ้นทุกข์ดังกล่าว มาให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สดับด้วยเทอญ

บทตำนานมงคลสูตร

ในมงคลสูตรนี้ มีเนื้อความเริ่มต้นว่า

หมู่มนุษย์ทั้งหลาย ในชมพูทวีป มาประชุมกันที่ประตูเมือง แล้วต่างก็พากันพูดคุยกันว่า สิ่งที่ตนนับถือเป็นมงคล ต่างฝ่ายต่างก็พากันถกเถียงกัน ในความเป็นมงคลของสรณะแห่งตน จนบังเกิดโกลาหล หาข้อยุติไม่ได้ พวกภุมเทวดา และเทพารักษ์ เมื่อได้ฟังพวกมนุษย์คิดและถกเถียงกัน ในข้อที่เป็นมงคล ก็พากันถกเถียงกันบ้าง จนเกิดโกลาหลรุกรามขึ้นไปจนถึงชั้นพรหม สิ้นเวลาไปจนถึง ๑๒ ปี ก็ยังไม่มีผู้ใดชี้เด็ดขาดลงไปได้ว่า สิ่งใดเป็นมงคล

จนร้อนถึง ท้าวสุทธาวาส มหาพรหม จึงได้ประกาศ แก่หมู่เทพและมนุษย์ทั้งหลายว่า นับแต่นี้ไปอีก ๑๒ ปี องค์พระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า จักทรงตรัสแสดงมงคลทั้งหลาย ให้เราทั้งหลายฟัง ณ เชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี

เมื่อกาลล่วงเลยมา สิ้นเวลาได้ ๑๒ ปี พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จอุบัติในโลกนี้แล้ว พวกเทวดาก็ต่างพากันไปถามปัญหาว่าอะไรเป็นมงคลแก่องค์อินทร์ องค์อินทร์ก็ไม่สามารถตอบปัญหาได้ จึงชวนกันไปเฝ้า พระบรมศาสดา เพื่อทูลถามปัญหา แล้วก็มอบหน้าที่ให้เทพยดาองค์หนึ่งเป็นผู้ถามปัญหา

เมื่อความรู้ไปถึง เทพทุกชั้นฟ้า ต่างก็พากันเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา เพื่อสดับมงคลคาถา รวมเป็นมีจำนวนถึง ๑๐,๐๐๐ จักรวาล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 02:31:19 PM โดย บอร์ดธรรมะ »

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:32:54 AM »
มงคลที่ ๑ การไม่คบคนพาล
มงคลที่ ๑ อะเสวะนา จะพาลานัง เอ ตัมมังคะละมุตตะมัง การไม่คบคนพาล

ลักษณะของคนพาล ๓ ประการคือ

๑.คิดชั่ว คือการมีจิตคิดอยากได้ในทางทุจริต มีความพยาบาท และมิจฉาทิฏฐิ คือเห็นผิดเป็นชอบ

๒.พูดชั่ว คือคำพูดที่ประกอบไปด้วยวจีทุจริตเช่น พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ

๓.ทำชั่ว คือทำอะไรที่ประกอบด้วยกายทุจริตเช่น การฆ่าสัตว์ ลักขโมย ฉ้อโกง ฉุดคร่าอนาจาร ประพฤติผิดในกาม

รูปแบบของคนพาล คือ
๑. ชอบแนะนำไปในทางที่ผิด หรือที่ไม่ควรแนะนำ อาทิเช่น แนะนำให้ไปเล่นการพนัน ให้ไปลักขโมย ให้กินยาบ้า ให้เสพยา ชวนไปฉุดคร่าอนาจารเป็นต้น เหล่านี้ถือว่าเป็นพาล

๒. ชอบทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ อาทิเช่น ไม่ทำงานตามหน้าที่ของตนให้เรียบร้อย แต่กลับชอบจะไปก้าวก่ายยุ่งกับหน้าที่การงานของผู้อื่น หรือไปจับผิดเพื่อนร่วมงาน แกล้ง ยุยง นินทาว่าร้ายกันและกันเป็นต้น

๓. ชอบทำผิดโดยเห็นสิ่งผิดเป็นของดี อาทิเช่น การสูบยาได้เป็นฮีโร่ เห็นคนที่ซื่อสัตย์เป็นคนโง่ไม่กินตามน้ำ ชอบรับสินบน ทุจริตในหน้าที่ หรือช่วยพวกพ้องให้พ้นจากความผิดเป็นต้น

๔. จะโกรธเคืองเมื่อพูดเตือน อาทิเช่น การเตือนเรื่องการเที่ยวเตร่ เตือนเรื่องการดื่มเหล้า กลับบ้านดึก เตือนเรื่องการคบเพื่อนเป้นต้น คนพวกนี้จะโกรธเมื่อได้รับการตักเตือน และไม่รับฟัง

๕. ไม่มีระเบียบวินัย อาทิเช่น ไม่เข้าคิวตามลำดับก่อนหลัง แต่ชอบแซงคิวอย่างหน้าด้านๆ ทิ้งขยะลงคลอง หรือข้างทาง ไม่เคารพกฏหมายของบ้านเมือง หรือของท้องถิ่นเป็นต้น

มงคลที่ ๑ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:33:10 AM »
มงคลที่ ๒ การคบบัณฑิต
มงคลที่ ๒ ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา เอตัมมังคะละมุตตะมัง การคบบัณฑิต

บัณฑิต หมายถึงผู้ทรงความรู้ มีปัญญา มีจิตใจที่งาม และมีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง รู้ดีรู้ชั่ว (ไม่ใช่คนที่จบปริญญาโดยนัย) มีลักษณะดังนี้คือ

๑. เป็นคนคิดดี คือการไม่คิดละโมบ ไม่พยาบาทปองร้ายใคร รู้จักให้อภัย เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ ความกตัญญูรู้คุณเป็นต้น

๒. เป็นคนพูดดี คือวจีสุจริต พูดจริง ทำจริงไม่โกหก ไม่พูดหยาบ ถากถาง นินทาว่าร้าย

๓. เป็นคนทำดี คือทำอาชีพสุจริต มีเมตตา ทำทานเป็นปกตินิสัย อยู่ในศีลธรรม ทำสมาธิภาวนา

รูปแบบของบัณฑิต คือ
๑. ชอบชักนำในทางที่ถูกที่ควร อาทิเช่นการชักนำให้เลิกทำในสิ่งที่ผิด ตักเตือนให้ทำความดีอย่างเช่น ให้เลิกเล่นการพนันเป็นต้น

๒. ชอบทำในสิ่งที่เป็นธุระ อาทิเช่นการทำหน้าที่ของตนให้ลุล่วง และใช้เวลาที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ไม่ก้าวก่ายเรื่องของผู้อื่นเว้นแต่จะได้รับการร้องขอ

๓. ชอบทำและแนะนำสิ่งที่ถูกที่ควร อาทิเช่นการพูดและทำอย่างตรงไปตรงมา แนะนำการทำทานที่ถูกต้อง ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

๔. รับฟังดี ไม่โกรธ อาทิเช่นเมื่อมีคนมาว่ากล่าวก็ไม่ถือโทษ หรือโกรธ หรือทำอวดดี แต่จะรับฟังแล้วนำไปพิจารณาโดยยุติธรรม แล้วนำมาแก้ไขปรับปรุง

๕. รู้ระเบียบ กฏกติกามรรยาทที่ดี อาทิเช่นการรักษาระเบียบวินัยขององค์กร เพื่อให้หมู่คณะมีความเป็นระเบียบ และการดำเนินงานไม่สับสน หรือการรักษาความสะอาด ปฏิบัติ และเคารพกฏของสถานที่ ไม่ทำตามอำเภอใจ

มงคลที่ ๒ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:33:30 AM »
มงคลที่ ๓ การบูชาบุคคลที่ควรบูชา
มงคลที่ ๓ ปูชา จะ ปูชะนียา นัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง การบูชาบุคคลที่ควรบูชา

การบูชา คือการแสดงความเคารพบุคคลที่เรานับถือ ยกย่อง เลื่อมใสในบุคคลคนนั้น ซึ่งการบูชาแบ่งออกเป็น ๒ อย่างคือ

๑. อามิสบูชา คือการบูชาด้วยสิ่งของเช่น การนำเงินให้พ่อแม่ไว้ใช้จ่าย หรือมอบทรัพย์สินให้พ่อแม่ หรือการนำดอกไม้ ธูปเทียนไปบูชาพระก็ถือเป็นอามิสบูชาเป้นต้น

๒.ปฏิบัติบูชา คือการบูชาด้วยการเจริญสมาธิภาวนา การฝึกจิตให้ไม่ฟุ้งซ่าน เห็นความจริงในความเป็นไปของโลกเป็นต้น

บุคคลที่ควรบูชา มีดังนี้คือ
๑.พระพุทธเจ้า (คงไม่ต้องอธิบาย)

๒.พระปัจเจกพระพุทธเจ้า หมายถึงพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา

๓.พระมหากษัตริย์ผู้ตั้งอยู่ในทศพิศราชธรรม

๔.บิดามารดา

๕.ครูอาจารย์ ที่มีความรู้ดี มีความสามารถ และประพฤติดี

๖.อุปัชฌาย์ หรือผู้บังคับบัญชาที่มีความประพฤติดี ตั้งอยู่ในธรรม

มงคลที่ ๓ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:33:49 AM »
มงคลที่ ๔ การอยู่ในถิ่นอันสมควร
มงคลที่ ๔ ปฎิรูปะเทสะวาโส จะ เอตัมมังคะละมุตตะมัง การอยู่ในถิ่นอันสมควร

ถิ่นอันสมควรประกอบด้วยสิ่งแวดล้อม ๔ อย่างได้แก่

๑.อาวาสเป็นที่สบาย หมายถึงอยู่แล้วสบาย เช่นสะอาด เดินทางไปมาสะดวก อากาศดี เป็นแหล่งชุมชน ไม่มีแหล่งอบายมุขเป็นต้น

๒.อาหารเป็นที่สบาย หมายถึงอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ เช่นมีแหล่งอาหารที่สามารถจัดซื้อหามาได้ง่าย เป็นต้น

๓.บุคคลเป็นที่สบาย หมายถึงที่ที่มีคนดี จิตใจโอบอ้อมอารี ถ้อยทีถ้อยอาศัย มีศีลธรรม ไม่มีโจร นักเลง หรือใกล้แหล่งอิทธิพลเป็นต้น

๔.ธรรมะเป็นที่สบาย หมายถึงมีที่พึ่งด้านธรรมะ มีที่ฟังธรรมเช่น มีวัดอยู่ในละแวกนั้น มีโรงเรียน หรือแหล่งศึกษาหาความรู้เป็นต้น

มงคลที่ ๔ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:34:30 AM »
มงคลที่ ๕ ความเป็นผู้ทำบุญไว้ในปางก่อน
มงคลที่ ๕ ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา เอตัมมังคะละมุตตะมัง ความเป็นผู้ทำบุญไว้ในปางก่อน

ขึ้นชื่อว่าบุญนั้น มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้คือ

๑. ทำให้กาย วาจา และใจ สะอาดได้

๒. นำมาซึ่งความสุข

๓. ติดตามไปได้ หมายถึงบุญจะติดตัวเราไปได้ตลอดจนถึงชาติหน้า

๔. เป็นของเฉพาะตน หมายถึงขอยืม หรือแบ่งกันไม่ได้ ทำเองได้เอง

๕. เป็นที่มาของโภคทรัพย์ทั้งหลาย คือว่าผลของบุญจะบันดาลให้เกิดขึ้นได้เองโดยไม่ได้หวังผล

๖. ให้มนุษย์สมบัติ ทิพย์สมบัติ และนิพพานสมบัติแก่เราได้ หมายถึงความสมบูรณ์ตั้งแต่ทางโลก จนถึงนิพพานได้เลย

๗. เป็นปัจจัยให้ถึงซึ่งนิพพาน ก็คือเป็นปัจจัยในการส่งเสริมให้บรรลุถึงนิพพานได้เร็วขึ้นเมื่อปฏิบัติ

๘. เป็นเกราะป้องกันภัยในวัฏสังสาร หมายถึงในวงจรการเกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือที่เรียกว่าเวียนว่ายตายเกิดนั้น บุญจะคุ้มครองให้ผู้นั้นเกิดในที่ดี อยู่อย่างมีความสุข หรือตายอย่างไม่ทรมาน ขึ้นอยู่กับกำลังบุญที่สร้างสมมา

การทำบุญนั้นมีหลายวิธี แต่พอสรุปได้สั้นๆดังนี้คือ

๑.การทำทาน

๒.การรักษาศีล

๓.การเจริญภาวนา

มงคลที่ ๕ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:34:50 AM »
มงคลที่ ๖ การตั้งตนไว้ชอบ
มงคลที่ ๖ อัตตะสัมมาปะณิธิ เอตัมมังคะละมุตตะมัง การตั้งตนไว้ชอบ

การตั้งตนไว้ชอบ หมายถึงการดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย ด้วยความถูกต้องและสุจริต อยู่ในสัมมาอาชีพ มีแผนการที่จะไปให้ถึงจุดหมายนั้นด้วยความไม่ประมาท มีการเตรียมพร้อม และมีความอดทนไม่ละทิ้งกลางคัน

มงคลที่ ๖ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:35:11 AM »
มงคลที่ ๗ ความเป็นผู้สดับฟังมาก
มงคลที่ ๗ พาหุสัจจัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง ความเป็นผู้สดับฟังมาก

ความเป็นผู้สดับฟังมาก หรือ ความเป็นพหูสูตร คือเป็นผู้ที่ฟังมาก เล่าเรียนมาก เป็นผู้รอบรู้ โดยมีลักษณะดังนี้คือ

๑.รู้ลึก คือการรู้ในสิ่งนั้นๆ เรื่องนั้นๆอย่างหมดจดทุกแง่ทุกมุม อย่างมีเหตุมีผล รู้ถึงสาเหตุจนเรียกว่าความชำนาญ

๒.รู้รอบ คือการรู้จักช่างสังเกตในสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่นเหตุการณ์แวดล้อมเป็นต้น

๓.รู้กว้าง คือการรู้ในสิ่งใกล้เคียงกับเรื่องนั้นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน สัมพันธ์กันเป็นต้น

๔.รู้ไกล คือการศึกษาถึงความเป็นไปได้ ผลในอนาคตเป็นต้น

การเป็นพหูสูตร มีคุณสมบัติดังนี้คือ

๑.ความตั้งใจฟัง ก็คือชอบฟัง ชอบอ่านหาความรู้ และค้นคว้าเป็นต้น

๒.ความตั้งใจจำ ก็คือรู้จักวิธีจำ โดยตั้งใจอ่านหรือฟังในสิ่งนั้นๆ และจับใจความให้ได้

๓.ความตั้งใจท่อง ก็คือท่องให้รู้โดยอัตโนมัติ ไม่ลืม ในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ

๔.ความตั้งใจพิจารณา ก็คือการรู้จักพิจารณา ตรึกตรองในสิ่งนั้นๆอย่างทะลุปรุโปร่ง

๕.ความเข้าใจในปัญหา ก็คือการรู้อย่างแจ่มแจ้งในปัญหาอย่างถ่องแท้ด้วยปัญญา

มงคลที่ ๗ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:35:30 AM »
มงคลที่ ๘ ความฉลาดในศิลปะ
มงคลที่ ๘ สิปปัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง ความฉลาดในศิลปะ

ศิลปะ คือสิ่งที่แสดงออกถึงความงดงาม และมีความสุนทรีย์ โดยลักษณะของมันมีดังนี้คือ
๑.มีความปราณีต

๒.ทำให้ของดูมีค่ามากขึ้น

๓.ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

๔.ไม่ทำให้เกิดกามกำเริบ

๕.ไม่ทำให้เกิดความพยาบาท

๖.ไม่ทำให้เกิดความเบียดเบียน

ถ้าท่านอยากเป็นคนมีศิลปะ ควรต้องฝึกให้มีคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ในตัวคือ
๑.มีศรัทธาในความงดงามของสิ่งต่างๆ

๒.หมั่นสังเกตและพิจารณา

๓.มีความปราณีต อารมณ์ละเอียดอ่อน

๔.เป็นคนสุขุม มีความคิดสร้างสรรค์

มงคลที่ ๘ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:35:58 AM »
มงคลที่ ๙ มีวินัยที่ดี
มงคลที่ ๙ วินะโย จะ สุสิกขิโต เอตัมมังคะละมุตตะมัง มีวินัยที่ดี

วินัย ก็คือข้อกำหนด ข้อบังคับ กฏเกณฑ์เพื่อควบคุมให้มีความเป็นระเบียบนั่นเอง มีทั้งวินัยของสงฆ์และของคนทั่วไป
สำหรับของสงฆ์นั้นมีทั้งหมด ๗ อย่างหรือเรียกว่า อนาคาริยวินัย
ส่วนของบุคคลทั่วไปก็มี ๑๐ อย่าง คือการละเว้นจากอกุศลกรรม ๑๐ ประการ

อนาคาริยวินัยของพระมีดังนี้

๑.ปาฏิโมกขสังวร คือการอยู่ในศีลทั้งหมด ๒๒๗ ข้อ การผิดศีลข้อใดข้อหนึ่งก็ถือว่าต้องโทษแล้วแต่ความหนักเบา เรียงลำดับกันไปตั้งแต่ ขั้นปาราชิก สังฆาทิเสส ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต เป็นต้น (ความหมายของแต่ละคำมันต้องอธิบายเยอะ จะไม่กล่าวในที่นี้)

๒.อินทรียสังวร คือการสำรวมอายตนะทั้ง ๕ และกาย วาจา ใจ ให้อยู่กับร่องกับรอย โดยอย่าไปเพลิดเพลินติดกับสิ่งที่มาสัมผัสเหล่านั้น

๓.อาชีวปาริสุทธิสังวร คือการหาเลี้ยงชีพในทางที่ชอบ นั่นก็คือการออกบิณฑบาตร ไม่ได้เรียกร้อง เรี่ยไรหรือเที่ยวขอเงินชาวบ้านมาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของตัวเอง

๔.ปัจจยปัจจเวกขณะ คือการพิจารณาในสิ่งของทั้งหลาย ถึงคุณประโยชน์โดยเนื้อแท้ของสิ่งของเหล่านั้นอย่างแท้จริง โดยใช้เพื่อบริโภค เพื่อประโยชน์ ความอยู่รอด และความเป็นไปของชีวิตเท่านั้น

วินัยสำหรับฆราวาส หรือบุคคลทั่วไป เรียกว่าอาคาริยวินัย มีดังนี้ (อกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ)
๑.ไม่ฆ่าชีวิตคน หรือสัตว์ไม่ว่าน้อย ใหญ่

๒.ไม่ลักทรัพย์ ยักยอกเงิน สิ่งของมาเป็นของตัว

๓.ไม่ประพฤติผิดในกาม ผิดลูกผิดเมีย ข่มขืนกระทำชำเรา

๔.ไม่พูดโกหก หลอกลวงให้หลงเชื่อ หรือชวนเชื่อ

๕.ไม่พูดส่อเสียด นินทาว่าร้าย ยุยงให้คนแตกแยกกัน

๖.ไม่พูดจาหยาบคาย ให้เป็นที่แสลงหูคนอื่น

๗.ไม่พูดจาไร้สาระ หรือที่เรียกว่าพูดจาเพ้อเจ้อไม่มีสาระ เหตุผล หรือประโยชน์อันใด

๘.ไม่โลภอยากได้ของเขา คือมีความคิดอยากเอาของคนอื่นมาเป็นของเรา

๙.ไม่คิดร้าย ผูกใจเจ็บ แค้น ปองร้ายคนอื่น

๑๐.ไม่เห็นผิดเป็นชอบ เช่น เห็นว่าพ่อแม่ไม่มีความสำคัญ บุญหรือกรรมไม่มีจริงเป็นต้น

มงคลที่ ๙ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:36:18 AM »
มงคลที่ ๑๐ กล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต
มงคลที่ ๑๐ สุภาสิตา จะ ยา วาจา เอตัมมังคะละมุตตะมัง กล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต

คำว่าวาจาอันเป็นสุภาษิตในที่นี้ มิได้หมายถึงเพียงว่าต้องเป็นคำร้อยกรอง ร้อยแก้ว เป็นคำคมบาดใจมีความหมายลึกซึ้งเท่านั้น แต่รวมถึงคำพูดที่ดี มีประโยชน์ต่อผู้ฟัง ซึ่งสรุปว่าประกอบด้วยลักษณะดังนี้

๑.ต้องเป็นคำจริง คือข้อมูลที่ถูกต้อง มีหลักฐานอ้างอิงได้ ไม่ได้ปั้นแต่งขึ้นมาพูด

๒.ต้องเป็นคำสุภาพ คือพูดด้วยภาษาที่สุภาพ มีความไพเราะในถ้อยคำ ไม่มีคำหยาบโลน หรือคำด่า

๓.พูดแล้วมีประโยชน์ คือมีประโยชน์ต่อผู้ฟังถ้าหากนำแนวทางไปคิด หรือปฏิบัติในทางสร้างสรรค์

๔.พูดด้วยจิตที่มีเมตตา คือพูดด้วยจิตใจที่มีความปรารถนาดีต่อผู้ฟัง มีความจริงใจต่อผู้ฟัง

๕.พูดได้ถูกกาลเทศะ คือพูดในสถานที่เหมาะสม และในเวลาที่เหมาะสม โดยความเหมาะสมจะมีมากน้อยเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับเรื่องที่พูด

มงคลที่ ๑๐ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:36:42 AM »
มงคลที่ ๑๑ การบำรุงมารดาบิดา
มงคลที่ ๑๑ มาตาปิตุอุปัฏฐานัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง การบำรุงมารดาบิดา

ท่านว่าพ่อแม่นั้นเปรียบได้เป็นทั้ง ครูของลูก เทวดาของลูก พรหมของลูก และอรหันต์ของลูก ความหมายโดยละเอียดมีดังต่อไปนี้คือ

ที่ว่าเป็นครูของลูก เพราะว่าท่านได้คอยอบรมสั่งสอนลูก เป็นคนแรกก่อนคนอื่นใดในโลก

ที่ว่าเป็นเทวดาของลูก เพราะว่าท่านจะคอยปกป้อง คุ้มครอง เลี้ยงดู ประคบประหงมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก บำรุงให้เติบใหญ่เป็นอย่างดี ไม่ให้เกิดอันตรายต่อลูกในทุกด้าน

ที่ว่าเป็นพรหมของลูก เพราะว่าท่านมีพรหมวิหาร ๔ นั่นก็คือ มีเมตตา หมายถึงความเอ็นดู ความปรารถนาดีต่อลูกในทุกๆด้าน ไม่มีที่สิ้นสุด มีกรุณา หมายถึงให้ความกรุณาต่อลูก ลูกอยากได้อะไรก็หามาให้ลูก ให้การศึกษาเล่าเรียน ส่งเสียเท่าที่มีความสามารถจะให้ได้ มีมุทิตา หมายถึงความรักที่ยอมสละได้แม้ชีวิตของตัวเองเพื่อลูก ยอมเสียสละได้ทุกอย่าง และมีอุเบกขา หมายถึงการวางเฉย ไม่ถือโกรธเมื่อลูกประมาท ซน ทำผิดพลาดเพราะความไร้เดียงสา หรือเพราะความไม่รู้

ที่ว่าเป็นอรหันต์ของลูก เพราะว่าท่านมีคุณธรรม ๔ ประการอันได้แก่
เป็นผู้มีอุปการะคุณต่อลูก คืออุปการะเลี้ยงดูมาด้วยความเหนื่อยยาก กว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่
เป็นผู้มีพระเดชพระคุณต่อลูก คือให้ความอบอุ่นเลี้ยงดู ปกป้องจากภยันตรายต่างๆ นานา
เป็นเนื้อนาบุญของลูก คือลูกเป็นส่วนหนึ่งของกรรมดีที่พ่อแม่ได้ทำไว้ และเป็นผู้รับผลบุญที่พ่อแม่ได้สร้างไว้แล้วทางตรง
เป็นอาหุไนยบุคคล คือเป็นเหมือนพระที่ควรแก่การเคารพนับถือและรับของบูชา เพื่อเทอดทูนไว้เป็นแบบอย่าง

การทดแทนพระคุณบิดามารดาท่านสามารถทำได้ดังนี้
ระหว่างเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็เลี้ยงดูท่านเป็นการตอบแทน ช่วยเหลือเป็นธุระเรื่องการงานให้ท่าน ดำรงวงศ์ตระกูลให้สืบไปไม่ทำเรื่องเสื่อมเสีย รวมทั้งประพฤติตนให้ควรแก่การเป็นสืบทอดมรดกจากท่าน ครั้นเมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็ทำบุญอุทิศกุศลให้ท่าน ส่วนการเป็นลูกกตัญญูต่อพ่อแม่ ในคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านกล่าวว่าไว้ดังนี้

๑.ถ้าท่านยังไม่มีศรัทธา ให้ท่านถึงพร้อมด้วยศรัทธา คือพยายามให้ท่านมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เชื่อในเรื่องการทำดี

๒.ถ้าท่านยังไม่มีศีล ให้ท่านถึงพร้อมด้วยศีล คือพยายามให้ท่านเป็นผู้รักษาศีล ๕ ให้ได้

๓.ถ้าท่านเป็นคนตระหนี่ ให้ท่านถึงพร้อมด้วยการให้ทาน คือพยายามให้ท่านรู้จักการให้ด้วยเมตตาโดยไม่หวังผลตอบแทน

๔.ถ้าท่านยังไม่ทำสมาธิภาวนา ให้ท่านถึงพร้อมด้วยปัญญา คือพยายามให้ท่านหัดนั่งทำสมาธิภาวนาให้ได้

มงคลที่ ๑๑ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:37:08 AM »
มงคลที่ ๑๒ การสงเคราะห์บุตรธิดา
มงคลที่ ๑๒ ปุตตะสังโห เอตัมมังคะละมุตตะมัง การสงเคราะห์บุตรธิดา

บุตรนั้น มีอยู่ ๓ ประเภทได้แก่

๑.อภิชาติบุตร คือบุตรที่มีความดี คุณธรรม และความสามารถเหนือกว่าบิดา มารดา

๒.อนุชาตบุตร คือบุตรที่มีความดี คุณธรรม และความสามารถเสมอบิดา มารดา

๓.อวชาตบุตร คือบุตรที่มีความดี คุณธรรม และความสามารถต่ำกว่าบิดา มารดา

การเป็นพ่อ เป็นแม่ของบุตรนั้น มีหน้าที่ที่ต้องให้กับลูกคือ

๑.ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว

๒.ปลูกฝัง สนับสนุนให้ทำความดี

๓.ให้การศึกษาหาความรู้

๔.ให้ได้คู่ครองที่ดี (ใช้ประสพการณ์ของเราให้คำปรึกษาแก่ลูก ช่วยดูให้)

๕.มอบทรัพย์ให้ในโอกาสอันควร (การทำพินัยกรรม ก็ถือว่าเป็นสิ่งถูกต้อง)

มงคลที่ ๑๒ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:37:41 AM »
มงคลที่ ๑๓ การสงเคราะห์ภรรยา
มงคลที่ ๑๓ ทารัสสะ สังคะโห เอตัมมังคะละมุตตะมัง การสงเคราะห์ภรรยา

ลักษณะของภรรยา ๗ ประเภทได้แก่

๑.วธกาภริยา หมายถึงภรรยาเสมอด้วยเพชรฆาต เป็นพวกที่มีจิตใจคิดไม่ดี ชอบทำร้าย ชอบด่าทอสาปแช่ง คิดฆ่าสามี หรือมีชู้กับชายอื่น

๒.โจรีภริยา หมายถึงภรรยาเสมอด้วยโจร เป็นคนล้างผลาญ สร้างหนี้สิน หาได้เท่าไรก็ไม่พอ หรือเอาเรื่องในบ้านไปโพทนา ให้คนข้างนอกรับรู้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

๓.อัยยาภริยา หมายถึงภรรยาเสมอด้วยนาย เป็นคนชอบข่มสามีให้อยู่ในอำนาจ ไม่ให้เกียรติสามีเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น ชอบสั่งการหรือเอาแต่ใจตัวเอง เห็นสามีเป็นคนไร้ความสามารถ แต่ตัวเองเป็นผู้นำ

๔.มาตาภริยา หมายถึงภรรยาเสมอด้วยแม่ คือผู้ที่มีความรักต่อสามีอย่างสุดซึ้ง ไม่เคยทอดทิ้งแม้ยามทุกข์ยาก ป่วยไข้ ไม่ทำให้มีเรื่องสะเทือนใจ

๕.ภคินีภริยา หมายถึงภรรยาเสมอด้วยน้องสาว คือผู้ที่มีความเคารพต่อสามีในฐานะพ่อบ้าน แต่ขัดใจกันบ้างตามประสาคนใกล้ชิดกันแล้วก็ให้อภัยกัน โดยไม่คิดพยาบาท เดินตามแนวทางของสามี ต้องพึ่งพาสามี

๖.สขีภริยา หมายถึงภรรยาเสมอด้วยเพื่อน ต่างคนต่างก็มีอะไรที่เหมือนกัน ความสามารถพอกัน ไม่จำเป็นต้องพึ่งพากัน ไม่ค่อยยอมกัน เป็นตัวของตัวเอง แต่ก็รักกันและช่วยเหลือกันโดยต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง

๗.ทาสีภริยา หมายถึงภรรยาเสมอด้วยคนรับใช้ คือภรรยาที่อยู่ภายใต้คำสั่งสามีโดยไม่มีข้อโต้แย้ง สามีเป็นผู้เลี้ยงดู สั่งอะไรก็ทำอย่างนั้นแม้จะไม่เห็นด้วยก็ไม่ออกความเห็น อดทนทำงานตามหน้าที่ตามแต่สามีจะสั่งการ แม้ถูกดุด่า เฆี่ยนตีก็ยังทนอยู่ได้โดยไม่โต้ตอบ

คู่สร้างคู่สมควรต้องมีคุณสมบัติดังนี้

๑.สมสัทธา คือมีศรัทธาเสมอกัน

๒.สมสีลา คือมีศีลเสมอกัน

๓.สมจาคะ คือมีการเสียสละเหมือนกัน

๔.สมปัญญา คือมีปัญญาเสมอกัน

เมื่อได้แต่งงานกันแล้ว แต่ละฝ่ายก็มีหน้าที่ที่ต้องทำดังนี้
สามีมีหน้าที่ต่อภรรยาคือ

๑.ยกย่องนับถือว่าเป็นภรรยา คือการแนะนำเปิดเผยว่าเป็นภรรยา ไม่ปิดบังกับผู้อื่น และให้เกียรติภรรยาในการตัดสินใจเรื่องต่างๆด้วย

๒.ไม่ดูหมิ่น คือไม่ดูถูกภรรยาเมื่อทำไม่เป็น ทำไม่ถูก หรือเรื่องชาติตระกูล การศึกษาว่าต่ำต้อยกว่าตน แต่ต้องสอนให้

๓.ไมประพฤตินอกใจภรรยา คือการไปมีเมียน้อยนอกบ้าน เลี้ยงต้อย หรือเที่ยวเตร่หาความสำราญกับหญิงบริการ

๔.มอบความเป็นใหญ่ให้ในบ้าน คือการมอบธุระทางบ้านให้กับภรรยาจัดการ รับฟังและทำตามความเห็นของภรรยาเกี่ยวกับบ้าน

๕.ให้เครื่องแต่งตัว คือให้ความสุขกับภรรยาเรื่องการแต่งตัวให้พอดี เพราะสตรีเป็นผู้รักสวยรักงามโดยธรรมชาติ

ฝ่ายภรรยาก็มีหน้าที่ต้องตอบแทนสามีคือ

๑.จัดการงานดี คืองานบ้านการเรือนต้องไม่บกพร่อง ดูแลด้านความสะอาด ทำนุบำรุงรักษา ด้านโภชนาการให้เรียบร้อยดี

๒.สงเคราะห์ญาติสามีดี คือให้ความเอื้อเฟื้อญาติฝ่ายสามี เท่าที่ตนมีกำลังพอทำได้ ไม่ได้หมายถึงเรื่องทรัพย์สินเงินทองอย่างเดียว

๓.ไม่ประพฤตินอกใจสามี คือไม่คบชู้ หรือปันใจให้ชายอื่น ซื่อสัตย์ต่อสามีคนเดียว

๔.รักษาทรัพย์ให้อย่างดี คือรู้จักรักษาทรัพย์สินไว้ไม่ให้หมดไปด้วยความสิ้นเปลือง แต่ก็ไม่ถึงกับตระหนี่

๕.ขยันทำงาน คือไม่เกียจคร้านเอาแต่ออกงาน นอน กิน หรือเที่ยวแต่อย่างเดียว ต้องทำงานบ้านด้วย

มงคลที่ ๑๓ ในมงคล ๓๘ ประการ

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
Re: มงคลในพุทธศาสนา
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:38:06 AM »
มงคลที่ ๑๔ การงานอันไม่คั่งค้าง
มงคลที่ ๑๔ อะนากุลา จะ กัมมันตา เอตัมมังคะละมุตตะมัง การงานอันไม่คั่งค้าง

สาเหตุที่ทำให้งานคั่งค้าง

๑.ทำงานไม่ถูกกาล

๒.ทำงานไม่ถูกวิธี

๓.ไม่ยอมทำงาน

หลักการทำงานให้เสร็จลุล่วง คือ อิทธิบาท ๔ มีดังนี้

๑.ฉันทะ คือมีความพอใจในงานที่ทำ

๒.วิริยะ คือมีความตั้งใจ พากเพียรในงานที่ทำ

๓.จิตตะ คือมีความเอาใจใส่ในงานที่ทำ

๔.วิมังสา คือมีการคิดพิจารณาทบทวนงานนั้นๆ

มงคลที่ ๑๔ ในมงคล ๓๘ ประการ

 

Access denied for user 'vayoclub_dhamma'@'localhost' to database 'vayoclub_manage'