ผู้เขียน หัวข้อ: บาปบริสุทธิ์  (อ่าน 870 ครั้ง)

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
บาปบริสุทธิ์
« เมื่อ: สิงหาคม 07, 2012, 01:18:35 PM »
มันนานมากแล้ว เรื่องนี้เริ่มต้นที่นี่ ณ บ้านหลังเล็ก ๆ ที่แสนยากจน บ้านหลังนี้มีเพียงเด็กหญิงนฤมล และแม่ของเธอ พ่อของเธอเสียชีวิตไปนานแล้ว และแม่ของเธอก็มีอาชีพขายขนมปรากริมไข่เต่าหาเช้ากินค่ำ ถึงกระนั้นด้วยความเป็นแม่ แม่ของนฤมลก็ยังพยายามส่งเสียให้นฤมลได้ร่ำเรียนในโรงเรียนที่เป็นมาตรฐาน

นฤมลพูดขึ้นกับแม่ในวันหนึ่ง

“แม่ หนูอยากได้นาฬิกา”

“มล บ้านเราไม่ค่อยมีเงินนะลูก แต่เอาเถอะ มันเรือนละเท่าไหร่กันล่ะ”

“ไม่แพงหรอกแม่ พันสองเอง”

“พันสอง!!” ผู้เป็นแม่อุทานขึ้น

“มันไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยนะลูก แม่ว่าเอาไว้ก่อนไม่ดีกว่าหรือ”

“แม่รักหนูมั๊ยเนี่ย”

“รัก แต่แม่ไม่มีเงินนะลูก วัน ๆ หนึ่งจะกินก็ยังไม่มีเลย”

“แต่หนูเกลียดแม่” เธอพูดแล้วก็ปึงปังออกจากบ้านไปโรงเรียน

ตอนนั้นนฤมลได้เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ด้วยความอายที่แม่ของตนมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายขนมหาบเร่ นฤมลจึงกำชับบอกแม่ว่า แม่อย่าไปขายของที่โรงเรียนหนูนะ ผู้เป็นแม่ซึ่งก็เข้าใจกับความอาย แม่จึงไม่ไปขายขนมที่โรงเรียน

ตอนพักกลางวันของโรงเรียน ในวันหนึ่ง

“นฤมล มานี่เร็ว มากินของอร่อยนี่”

“อะไรหรือ” นฤมลก็เดินตามกลุ่มเพื่อนไปอย่างงง ๆ

“ขนมปลากริมเจ้านี่อร่อยจังเลย ป้าเค้าทำได้หวานมันมากเลยนะ”

“ไม่เห็นอยากกิน” นฤมลบอก เพราะเธอมักจะต้องกินปลากริมที่เหลือจากการขายทุกวันอยู่แล้ว

ทันทีที่นฤมลเห็นหาบเร่ของแม่ค้าคนนั้น เธอก็ตกใจอย่างมาก เพราะเธอจำได้ว่า นั่นเป็นแม่ของเธอไม่มีผิดเพี้ยน กำลังนั่งขายขนมให้เด็กนักเรียนอยู่ที่ข้างรั้ว

“ป้า ๆ มาขายอะไรตรงนี้” นฤมลโวยวาย

เมื่อแม่เห็นว่าเป็นลูกตัวเองก็เลยรีบเก็บหาบ แล้วก็เดินไป แต่ด้วยความรีบร้อน ทำให้สะดุดล้ม ขนมปลากริมที่เหลือและเงินที่ขายของได้ หกกระจัดกระจายไปทั่วฟุตบาท เมื่อเก็บเงินได้หมดแล้ว จึงรีบหาบหม้อปลากริมหนีไปอย่างเร็ว



“แม่ หนูบอกแม่กี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปขายของที่นั่น หนูอายเค้านะแม่ แล้ววันนี้แม่ก็ไป ถ้าเพื่อนหนูรู้นะ หนูโดนล้อแน่ๆ”

“มล แถวนั้นแม่ขายของหมดทุกวันเลยนะลูก ลูกอยากได้นาฬิกาใช่ไหมล่ะ แม่เก็บเงินได้เยอะแล้วนะ ลูกจะได้ได้นาฬิกาอันที่ลูกอยากได้ไงล่ะ”

“แต่แม่ทำแบบนี้ ก็เท่ากับทำให้หนูอายนะ หนูเกลียดแม่ที่สุด”



วันรุ่งขึ้น คุณครูของนฤมลก็สั่งให้นักเรียนทุกคนเขียนเรียงความเรื่อง แม่ของฉัน แล้วให้นำมาส่งอาทิตย์หน้า และให้ทุกคนไปบอกแม่ให้มางานวันแม่ที่โรงเรียนทุกคนด้วย

นฤมล ไม่รู้จะเขียนอะไร...

นฤมล ไม่สามารถนึกความดีของแม่ที่ให้กับตนได้...

นฤมล ไม่เคยได้อะไรที่อยากได้...



เย็นวันนั้นกลับไป นฤมลก็ไปทำการบ้าน และกินปลากริมไข่เต่าที่เหลือจากการขายดังเช่นทุกวัน พลางนึกว่า

‘แม่เราจะมีอะไรดีหนอ รักเราหรือเปล่าก็คงไม่ เราอยากได้อะไรก็ไม่เห็นจะได้ เรื่องนาฬิกามันก็คงไม่จริง แม่ก็คงหลอกให้เรารอ เหมือนของชิ้นก่อน ๆ ที่เราเคยขอ’

คืนนั้น นฤมลนั่งเขียนเรียงความ

นฤมลก็ยังไม่รู้จะเขียนอะไร...



วันรุ่งขึ้นแม่บอกกับนฤมลว่า วันนี้กลับบ้านแต่หัววันหน่อยนะลูก แล้วแม่ก็ยิ้มให้ ซึ่งนฤมลก็ทำกริยาบ่นแม่เรื่องนาฬิกาที่หล่อนอยากได้ว่า

“ทำยังไงแม่ก็ไม่ซื้อให้หนู แม่ไม่รักหนู หนูก็ไม่รักแม่ แล้วจะทำตามที่แม่บอกทำไม”

แม่ของนฤมลไม่ตอบว่าอะไร ได้แต่ยิ้มให้ลูก



วันนั้นนฤมลไปเรียนตามปกติ ครูก็ถามว่า ใครเขียนเรียงความไปถึงไหนแล้ว

นฤมลนั่งเงียบ...

นฤมลหาสิ่งที่จะเขียนลงไปไม่ได้...

นฤมลไม่รู้สึกถึงความรักที่แม่ให้



เย็นวันนั้น...

“นฤมล กลับบ้านกันเถอะ”

“อืม ไปสิ”

นฤมลเดินกลับบ้านกับเพื่อนและมองร้านขายนาฬิกาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“มล คนเค้ามุงอะไรกันน่ะ”

“รถชนหรือเปล่า แต่ชนใครที่ไหนก็ไม่รู้ ช่างเหอะ”

“มล ป้าคนนั้นไงที่ขายขนมที่เราเรียกเธอกินวันนั้นไง ป้าเค้าโดนรถชน”

นฤมลนึก ‘แม่!!’



เธอรีบวิ่งไปดูเห็นหาบขนมและไม้คานเกลื่อนกลาด หม้อดินใส่ขนมแตกละเอียด และร่างผู้หญิงที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น… แม่ของเธอเอง

“แม่!!!” นฤมลตะโกนออกมาเธออุ้มร่างนั้นขึ้นมาพร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายจนกระทั่งร่างนั้นกระตุกและสะอึกขึ้น

“มล แม่รักหนูมากนะ” พร้อมกันนั้นแม่ของเธอก็ยื่นมือข้างขวาที่กำอยู่แน่นและค่อย ๆ แบมือออก

ภายในมีนั้นมีนาฬิกาที่เปื้อนเลือดอยู่

“หนูก็รักแม่ค่ะ”

แม่ของเธอยิ้มแล้วสะอึก ขาดใจตายไปในที่สุด

“แม่!!!” เธอตะโกนออกมาอีก

นฤมลเสียใจมาก ร้องไห้ออกมา มือก็ยังกำนาฬิกาเรือนที่แม่ของเธอซื้อให้ไว้แน่น

นฤมลรู้สึกได้ถึงความรัก...

นฤมลรู้สึกได้ถึงความเป็นแม่...

นฤมลรู้สึกได้ถึงความรักที่บริสุทธิ์...



หลังจากนั้นนฤมลกลับบ้านไประหว่างทางนั้น เธอก็ร้องไห้ไปตลอดทาง เมื่อกลับมาถึงบ้าน

นฤมลมองจานกับข้าวที่เธอกินกับแม่เมื่อเช้านี้...

นฤมลมองตรงเก้าอี้ไม้ที่แม่ชอบนั่ง...

นฤมลมองไปที่กระดาษเรียงความ...

นฤมลรู้แล้วว่า จะต้องเขียนอะไรลงในกระดาษใบนั้น...



เธอเขียนเรียงความได้มากที่สุด โดยเธอเล่าถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำให้เธอจวบจนวาระสุดท้ายของแม่ที่จนนาทีสุดท้าย แม่ก็ยังทำเพื่อเธอ...

และที่วันนี้ไม่มีแม่ ก็เพราะเธอ



เมื่องานวันแม่มาถึง นักเรียนทุกคนนำแม่มานั่งในที่ ๆ จัดไว้ให้ แต่ที่ที่จัดไว้ให้แม่ของนฤมล

ว่างเปล่า...



เรียงความของเธอได้รับตำแหน่งที่ 1 ครูจึงได้ให้เธอไปพูดเกี่ยวกับเรียงความชิ้นนี้

นฤมลเดินขึ้นไปบนเวที

เธอพูดขึ้น เล่าทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนที่ผมเล่าให้คุณฟัง ผู้ปกครองและทุกคนที่นั่งฟังน้ำตาไหลซึม...

รวมทั้งเธอด้วย...



ขณะที่เธอพูดเรื่องเรียงความของเธอ นฤมลกวาดสายตาไปทั่วห้องประชุม และพบว่า มีแต่ที่ของเธอเท่านั้นที่ว่างเปล่า ที่ตรงนั้น ณ วันนี้แม่ของเธอควรจะมานั่งและชื่นชมยินดีกับเธอ แต่วันนี้ไม่มีแม่อีกแล้ว

มีแต่นาฬิกาเรือนสวยที่เธอใส่อยู่

และเธอสัญญากับตัวเองว่า

จะรักษานาฬิกาเรือนนี้ เท่าชีวิต...

 

Access denied for user 'vayoclub_dhamma'@'localhost' to database 'vayoclub_manage'