ผู้เขียน หัวข้อ: เวสสันดรชาดก และเทศน์มหาชาติ  (อ่าน 961 ครั้ง)

ออฟไลน์ บอร์ดธรรมะ

  • Administrator
  • พระหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 1679
  • พลังน้ำใจ: 2
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Rice Exporter
เวสสันดรชาดก และเทศน์มหาชาติ
« เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2012, 11:20:12 AM »
ธงพระบฎเรื่องเวสสันดรชาดก


อารัมภบท

บทความทุกตอนต่อไปนี้ คัดลอกมาจาก
หนังสือที่ระลึก : เทศน์มหาชาติมหากุศลเฉลิมพระเกียรติ
ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐

ซึ่งจัดขึ้นโดย มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมป์

โดยมีการจัดเทศน์มหาชาติพร้อมกันทั่วประเทศ
ตั้งแต่วันที่ ๑๒-๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๙ เวลา ๑๖.๐๐ เป็นต้นไป

และที่กรุงเทพมหานคร จัดขึ้น ณ
พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง

     

ปฐมเหตุเวสสันดรชาดก

พระพุทธองค์ สมัยเมื่อเสด็จละจากมหาวิหารเวฬุวัน
ใกล้กรุงราชคฤห์อันเป็นราชธานีแห่งมคธ สู่ นครกบิลพัสดุ์ แขวงสักกชนบท
เพื่อบำเพ็ญญาตัตถจริยาโปรดพระญาติ
มี พระเจ้าสุทโธทนะ พุทธบิดาเป็นประธาน
อันพระกาฬุทายีเป็นผู้สื่อสาร
และนำเสด็จไปประทับยังนิโครธาคาม ไม่ห่างจากมหานคร
ตามที่ศากยราชจัดถวายต้อนรับพร้อมด้วยหมู่ภิกษุบริวารเป็นอันมาก (๑ แสน)
ยังความยินดีให้แผ่ไปทั่วทั้งกบิลพัสดุ์ในกาลนั้นความมหัศจรรย์ได้บังเกิดขึ้น
เป็นเหตุให้ทรงประกาศเรื่อง เวสสันดรชาดก

โดยปกติพระตถาคตเจ้า เสด็จสู่ ณ ที่ใด
ก็บังเกิดสู่ความสงบสุข ณ ที่นั้น
เพราะอานุภาพคำสั่งสอนที่ตรัสประทานด้วยพระมหากรุณา
อุปมาเหมือนมหาเมหหลั่งโปรยสายฝนอันเย็นฉ่ำลงมายังโลก
ยังความอ้าวระอุของไอแดดไอดินให้ระงับ
ชุบชีพพฤกษชาติที่เหี่ยวเฉาให้ฟื้นฟู
สู่ความชื่นบานตระการด้วยดอกช่อและก้านใบฉะนั้น

แต่สำหรับกบิลพัสดุ์ดินแดนที่ทรงถือพระกำเนิดและเจริญวัยมา
มวลพระญาติและญาติประชา
หาได้ยินดีต่อพุทธวิสัยธรรมานุภาพไม่

พระองค์ทรงอุบัติมาเป็นความหวังของคนทั้งแว่นแคว้น
ทุกคนพากันรอคอยอย่างกระหายใคร่จะชมพระบารมีพระจักรพรรดิราช

แต่แล้วท่ามกลางความไม่นึกฝัน
ทรงอยู่ในพระเยาวกาลเกศายังดำสนิท
ไม่ปรากฏความร่วงโรยแห่งสังขารแท้สักน้อย
ทั้งสมบูรณ์พูนพร้อมทุกอย่าง
เท่าที่สมบัติประจำวิสัยบุรุษจะพึงมี
พระชายาทรงสิริโฉมเป็นเลิศ
ซ้ำเป็นโชคอันประเสริฐให้กำเนิดโอรสอันเป็นสิริแห่งวงศ์ตระกูลอีกเล่า

พระองค์ก็ยังตัดเยื่อใยแห่งโลกีย์เสด็จแหวกวงล้อมเหล่านี้ออกสู่ไพรพฤกษ์
ประพฤติองค์ปานประหนึ่งพเนจรอนาถา
สร้างความผิดหวังและวิปโยคแก่คนทั้งแคว้นเป็นเวลานานปี ๖ ปี

ทรงกระทำงานชีวิต และสำเร็จกิจโดยได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
จากนั้นก็ทรงใช้ไปเพื่องานสงเคราะห์สัตว์โลก
เสด็จเที่ยวแจกจ่ายอุบายพ้นทุกข์
ด้วยเทศนาสั่งสอนจนชาวโลกยอมรับและเทิดทูนไว้ในฐานะองค์ศาสดาเอก

บัดนี้ พระพุทธองค์เสด็จคืนกลับกบิลพัสดุ์แล้ว
แต่ชาวกบิลพัสดุ์มิได้ต้อนรับในฐานะศาสดา
เขาพากันปีติต่อพระองค์ในฐานะที่เคยเป็นขวัญจิตขวัญใจของเขาเลยต่างหาก
(จากหนังสือเรื่องเพลงศาสนา ของหลวงตาแพรเยื่อไม้)

ในวันแรกที่เสด็จถึงดินแดนแห่งมารดร
ทรงเห็นว่ายังไม่ใช่โอกาสที่จะประทานธรรมเทศนาแก่หมู่พระญาติ
เพราะวันนี้เป็นวันที่วิถีประสาทและจิตใจตลอดทั้งร่างกายของเหล่าศากยะ
เต็มไปด้วยอาการปีติตื่นเต้น และอิดโรยด้วยความยินดี
และภารกิจไม่อยู่ในสภาพที่ควรแก่การรองรับกระแสธรรม

ทรงรอวันรุ่ง แต่แล้วในตอนบ่ายของวันต่อมา
เมื่อบรรดาศากยราชญาติประยูร
พากันเสด็จไปเฝ้าที่นิโครธาราม ก็ทรงประจักษ์ว่า
พระทัยของประยูรญาติบางส่วน ยังไม่อยู่ในฐานะควรแก่การรับคำสั่งสอน
เพราะมีพระญาติวงศ์รุ่นสูงชันษาบางพระองค์
แสดงอาการทระนงเป็นเชิงว่า “ข้าเกิดก่อน”

เจ้าชายสิทธัตถะจะแสดงความคารวะนบไหว้
หรือสนพระทัยต่อพระพุทธโอวาทก็เกรงจะเสียเชิงของผู้เห็นโลกมาก่อน
จึงพากันประทับอยู่ห่างๆ ด้วยพระอาการเคอะเขิน
หลบๆ ซ่อนๆ อยู่ตามซุ้มไม้และฉากกั้น
ปล่อยแต่บรรดากุมารกุมารีรุ่นเยาว์ชันษาให้ได้เฝ้าอย่างใกล้ชิด

พระอาการอันกระด้างเคอะเขินของพระญาติรุ่นสูงอายุนั้น
พระพุทธองค์ทรงสังเกตว่า
เกิดจากมูลเหตุอันจะเป็นอุปสรรคสกัดกั้นผลดีที่จึงเกิดที่เกิดแก่เขาเสีย
มูลเหตุอันปิดกั้นความงอกงามจำเริญแก่ดวงจิตนั้นก็คือ “ทิฐิมานะ”
ความเห็นอันเป็นให้ถือตน ถ้าลงจับจิตสิงใจผู้ใดเข้าแล้ว
ก็รังแต่จะทำให้สภาพจิตวิปริตไป เสมือนรากต้นไม้ที่เป็นโรค

แม้ฝนจะฉ่ำน้ำจะโชก แผ่นดินจะฟูอยู่ด้วยรสปุ๋ย
รากที่ปิดตันเสียแล้วด้วยอำนาจเชื้อโรค
ก็ย่อมไม่ดูดซับเอาโอชะเข้าบำรุงลำต้น
เกรียนโกร๋นยืนตายไปในที่สุดฉันใด
อนาคตของคนที่มีจิตมากอยู่ด้วยมานะทิฐิก็ฉันนั้น

 

Access denied for user 'vayoclub_dhamma'@'localhost' to database 'vayoclub_manage'